เปรียบเทียบiPhone12 vs iPhone13ซื้ออะไรดี
Guy Posted on 10:06 am

เปรียบเทียบiPhone12 vs iPhone13ซื้ออะไรดี

ถือเป็นการเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่ และได้รับความสนใจทางสื่อและผู้คนทั่วโลกอย่างมากับ การเปิดตัวของ iPhone 13 ที่ได้ขนทัพ มือถือซีรีส์ 13 มาให้เหล่าสาวกไอโฟนได้ยลโฉม ความสวยงาม การใช้งานที่ดีขึ้น และเมื่อ iPhone 13 ได้ออกมาแล้วนั้น ก็มีเริ่มมีทั้งคนที่สนใจ iPhone 12 และ 13  สำหรับสาวกไอโฟนที่กำลังจะชั่งใจว่าจะซื้อ iPhone 13 ดีหรือไม่ สามารถดู เปรียบเทียบiPhone12 vs iPhone13ซื้ออะไรดี ไอโฟนรุ่นไหนที่จะตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากที่สุด หรือซื้อแล้วคุ้มค่าที่สุด

เปรียบเทียบiPhone12 vs iPhone13ซื้ออะไรดี

1. ความจุเริ่มต้นที่เพิ่มขึ้น

มาดูกันที่รุ่นปกติของทั้ง 12 และ 13 ว่าไอโฟนนั้นเขาได้เพิ่มลูกเล่น หรือมีอะไรที่พิเศษมากกว่าเดิมหรือไม่ สิ่งที่พิเศษขึ้นมาสำหรับ iPhone 13 นั้น คือ ราคาที่เพิ่มขึ้นมา 4000 บาท แต่อย่างไรก็ตามราคาที่เพิ่มขึ้นก็มาพร้อมกับ ความจุเริ่มต้นที่เพิ่มขึ้น เช่นกัน โดยในไอโฟน 13 ได้ความจุเริ่มต้น 128GB ในขณะที่รุ่นก่อนเริ่มต้น 64GB ซึ่งในตระกูล iPhone 13 แบ่งความจุออกเป็น 128GB, 256GB และ 512GB เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มความจำขึ้นมาสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่ในเครื่องเยอะ ไม่ว่าจะใช้โหลดแอพ เก็บรูป หรือไฟล์งานต่าง ๆ

เปรียบเทียบiPhone12 vs iPhone13ซื้ออะไรดี - ความจำเริ่มต้นที่เพิ่มขึ้น

2. แบตเตอรี่นานขึ้น

แน่นอนว่าการเปิดตัวของ iPhone 13 นั้นนอกจากราคาที่น่าตกใจ รวมไปถึงความจำที่เพิ่มขึ้นนั้น แบตเตอร์รี่ของรุ่นนี้ก็เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกัน  เพื่อแก้ปัญหาแบตลดเร็วของไอโฟน ซึ่ง iPhone 13 นั้นได้เพิ่มความจุของแบตเตอรี่มา โดยแบตเตอร์รี่นั้นจะมีความอึดของการใช้งาน ใครที่ชอบฟังเพลง สามารถเล่นเพลงได้สูงสุด 75 ชั่วโมง ถือว่านานกว่าเดิม 10 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สามารถเล่นวิดีโอได้นานขึ้น 2 ชั่วโมง และหากเปิดผ่านสตรีมมิงจะดูวิดีโอได้นานขึ้น 4 ชั่วโมง

และiPhone 13 Pro สามารถเล่นวิดีโอได้นานกว่า 5 ชั่วโมง ในส่วนของรุ่น iPhone 13 Pro Max  สามารถเล่นวิดีโอได้นานกว่ารุ่นก่อน 8 ชั่วโมง เรียกได้ว่าเอาใจสายโซเชียลกันสุด ๆ เป็นอีกหนึ่งความได้เปรียบของตัว iPhone 13 อย่างมาก

3. หน้าจอ Refresh Rate 120Hz

สำหรับใครที่รอสเปคของ iPhone 13 อยู่นั้น iPhone 13 ก็ได้พัฒนาสเปกของเครื่องขึ้นมา โดยเฉพาะเรื่องของการแสดงผลหน้าจอ ที่ได้อัพเกรดมาเป็น หน้าจอ Refresh Rate 120Hz กันแล้ว เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าเหล่าผู้ใช้แอนดรอยด์กันเลย

ซึ่งหน้าจอของรุ่นใหม่นี้ ได้เพิ่มความสมูธของการสลับสับเปลี่ยนหน้าใช้งานต่าง ๆ ให้ใช้งานได้ลื่นไหลมากยิ่งขึ้น ซึ่งรุ่นเดิมอยู่ที่ 60Hz หากลองวางเทียบกันดูแล้วรับรองว่าจะเห็นความแตกต่างที่ชัดแน่นอน ใครเป็นสายเกมเมอร์ต้องขอบแน่ ๆ

เปรียบเทียบ iPhone 12 กับ iPhone 13 - หน้าจอ Refresh Rate 120Hz

4. ชิป A15 Bionic 5 นาโนเมตร

สำหรับใครที่สนใจในเรื่องสเปคของตัวเครื่อง อย่างชิปเซตตัวใหม่ที่ทางแอปเปิ้ลได้ใส่เข้ามา คือ ชิป A15 Bionic 5 นาโนเมตร เป็นชิปเซตที่ทางแอปเปิ้ลได้เคลมไว้ว่า เร็วที่สุด และดีที่สุดของไอโฟน อีกทั้งยังรองรับการใช้งานแบบ 5G  อย่างไรก็ตามแม้ทางแอปเปิ้ลจะเครมไว้แรงแค่ไหน ก็ต้องรอผู้ใช้งานออกมารีวิวกันว่าชิปเซตใหม่ของตัว iPhone 13 นั้นจะเร็วแรงที่สุดในสมาร์ทโฟนหรือไม่

5. ตัวกล้องที่พัฒนาขึ้นมาจากซีรีส์ 12

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ กล้อง ที่ทางแอปเปิ้ลได้เปิดตัวไปในซีส์ 13 นี้ว่าได้พัฒนาตัวกล้องแต่ละตัวให้มีความโดดเด่น และแตกต่างจากเดิม โดยได้ปรับความละเอียดของกล้องหน้าและกล้องหลังของสองรุ่นนี้เป็น 12MP แล้ว มาพร้อมมีความจุ 1 TB ทั้งยังมีคุณสมบัติ “สไตล์ภาพถ่าย” ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ในรุ่นก่อนไม่มี โหมดภาพยนตร์สำหรับการบันทึกวิดีโอที่มีมิติความชัดตื้น (1080p ที่ 30 fps) และสามารถบันทึกวิดีโอ ProRes สูงสุด 4K ที่ 30 fps (1080p ที่ 30 fps สำหรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ความจุ 128GB)

ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง นอกจากนี้ iPhone 13 Pro Max ยังมีช่วงซูมแบบออปติคัล 6 เท่า ที่รุ่นเดิมทำได้เพียง 5 เท่า จอภาพมีเทคโนโลยี ProMotion ที่มีอัตราการดึงข้อมูลใหม่แบบปรับได้สูงสุดที่ 120Hz และมีกล้องหลังที่รูรับแสงเพิ่มขึ้นและครั้งแรกกับกล้อง Ultra Wide ที่รูรับแสงถ่าพถ่าพกลางคืนและ Macro ถ่ายแบบเข้าใกล้ได้แล้ว

6. iPhone 13 หนาขึ้นและหนักขึ้นเล็กน้อย

เป็นธรรมดาของไอโฟนมาก ๆ ที่โทรศัพท์รุ่นใหม่ ๆ นั้นจะมีความหนา ความบางที่แตกต่างกัน แม้หน้าตาของโทรศัพท์จะเหมือนกันเพียงใด แต่เมื่อเทียบขนาดระหว่าง iPhone 12 และ iPhone 13 ก็จะพบความแตกต่างของน้ำหนัก และรูปร่างของมือถือได้ โดยนั้น iPhone 13 ได้เพิ่มความหนาขึ้นเพียง 0.25 มิลลิเมตร และหนักขึ้น 11 กรัม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของความหนา หรือความหนักนั้น น่าจะมาจากตัวแบตที่เพิ่มมากขึ้น แต่ก็จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานโดยรวมแน่นอน

7. iPhone 13 เพิ่มสีใหม่

ในเรื่องสีสันใหม่ ๆ ของไอโฟนนั้นตัว iPhone 13 ก็ได้เพิ่มสีที่ตอบโจทย์เหล่าสาว ๆ หรือคนที่ชื่นชอบความน่ารักมาไม่น้อย กับสีใหม่ อย่าง สีชมพู ที่ไม่ได้แค่เพิ่มความน่ารักเท่านั้น แต่ยังให้ความรู้สึกที่เรียบหรู ลูกคุณหนูอีกด้วย แต่เมื่อมีสีที่เข้ามาใหม่แล้วนั้น สีที่ถูกตัดออกไปสำหรับรุ่นนี้ คือ สีโกลว์ หรือสีทองยอดนิยมนั่นเอง

นอกจากนี้ทางไอโฟนยังปรับโทนสีของสีพื้นฐานเดิม ให้มีความทันสมัย และดูแตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ อย่าง สีขาว ที่ได้ปรับเป็นสีขาวที่เพิ่มความเปล่งประกาย ซึ่งเรียกสีนี้ว่า “สตาร์ไลท์” เรียกได้ว่าไอโฟนน้องใหม่นี้มีสีสันให้เลือกมากมาย อย่างของ iPhone 13 Pro Max ก็ได้เพิ่มสี Sierra Blue ที่ดูสวยและเรียบหรูสุดมาให้ ใครที่ชอบความสดใสก็ต้องไปตำ

เปรียบเทียบ iPhone 12 กับ iPhone 13 - iPhone 13 เพิ่มสีใหม่

สำหรับสาวกไอโฟนที่กำลังคิดหนักว่าควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ หรือใครที่กำลังคิดว่าจะซื้อตัว iPhone 12แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะคุ้มค่าหรือไม่นั้น เปรียบเทียบiPhone12 vs iPhone13ซื้ออะไรดี ช่วยให้คุณสามารถใช้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจในการซื้อไอโฟนได้ แต่สำหรับใครที่อยากจะลองเทคโนโลยีใหม่ ๆ iPhone ซีรีส์ 13 ทุกรุ่นก็เรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก

แม่บ้านคนไหนที่สนใจในเรื่องของสมาร์ทโฟน และเทคโนโลยีต่าง ๆ และอยากจะหาเครื่องทุ่นแรงในการทำงานบ้าน ปัจจุบันเทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างได้พัฒนาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนในยุคนี้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการทำงานบ้านอย่าง แนะนำ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ตัวช่วยคุณทำความสะอาดบ้าน ตัวช่วยที่จะทำให้บ้านของคุณสะอาดได้แบบไม่เปลืองแรง